| อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ 4 กิโลเมตรทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกั้นแม่น้ำแควใหญ่เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทานการลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมงและเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร บนทางหลวงสาย 3199 (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยวสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. 0 2436 6046-8 รานอาหารเรือล่อง โทร. 0 3457 4001 ต่อ 2455, 2457 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
Unseen Travel "เปิดประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยว ไม่ไปไม่รู้" ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ทะเล ป่าเขา มีบางสถานที่ ที่หลายอาจยังไม่รู้จัก เปิดประสบการณ์ใหม่ของคุณวันนี้ Unseentavel.com จะพาคุณไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย จากทุกจังหวัดของประเทศไทย ที่น่าสนใจเดินทางไปเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ UnseenTravel.com เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไว้ทั้งหมด เพื่อให้คุณได้ค้นหา เพียงเลือกจังหวัดที่คุณต้องการ (ภาคตะวันตก)
adnow
loading...
adsense
เขื่อนศรีนครินทร์
ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล
| ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลติดภูเขาเล็กๆ แต่ละถ้ำมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่นถ้ำบาดาลมีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า ถ้ำพ่อปู่ฤาษีถ้ำแก้วมรกตมีผนังหินงอกหินย้อยเป็นสีเขียว ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลและถ้ำแก้วภายในแต่ละถ้ำมีหินย้อยรูปทรงต่างๆ งดงามมากเมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชรการเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุมเลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหินและบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการชมให้ครบหมดทุกถ้ำจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ กิโลเมตรที่ 16 เลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ 800 เมตรเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก 200 เมตรจะถึงบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลของถ้ำได้จากพระสงฆ์ที่จำวัดอยู่ ณบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมนั้น ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ทางรถไฟสายมรณะ
| ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย 300 กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ 0 2621 8701-9 หรือที่เว็บไซต์www.railway.co.th ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
น้ำตกไทรโยคน้อย (น้ำตกเขาพัง)
| อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) กิโลเมตรที่ 46 เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก ในอดีตเมื่อ พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ 1690 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.30 น. ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก
| จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เชลยศึกที่เสียชีวิตเพราะการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะกว่า16,000 คน ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ 300 เมตร ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน และบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้นเพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00–18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1263 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
รักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
| พื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุด คือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทาง ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนนบางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง 42 กิโลเมตร ต่อจากนั้นมีทางแยกไปที่ทำการเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้อีก 40 กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่จะไปทุ่งใหญ่นเรศวรต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15 วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห้งชาติ สัตว์ป่าและพันธุพืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 765 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
วัดถ้ำเขาน้อย
| อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือวัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ผสมผสานศิลปะแบบจีน มีความงามสะดุดตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเก๋งจีนบนยอดเขาซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองกาญจนบุรีและเขื่อนแม่กลอง ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
| ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง นอกจากนี้ ที่สะพานข้ามแม่น้ำแควมีบริการรถราง Fairmong ทุกวัน โดยวันธรรมดาจะมีตั้งแต่เวลา 08.00-19.30 น., 11.20-14.00 น., 15.00-16.00 น., และ 18.00-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-09.30 น., 11.20-14.00 น., และ18.00-18.30 น. ค่าโดยสารคนละ 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1200, 0 3451 2500 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
สะพานมอญ
| อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 850 เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่สวยงามสามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆ คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
| ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมืองสุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะบริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมาสุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1500 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
| อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือที่เรียกกันว่า“ปราสาทเมืองสิงห์” อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานบ้านเก่าประมาณ 7 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี – ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18-19 ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ 641 ไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง 880 เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท เปิดให้เข้าชมฟรี ในวันเด็กแห่งชาติ วันอนุรักษ์มรดกไทย (2 เมษายน) และวันเข้าพรรษา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0 3452 8456-7 หมายเหตุสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ห้องส้วม จัดห้องส้วมสำหรับคนพิการไว้โดยเฉพาะ จำนวน 1 ห้อง ทางลาด มีทางลาดเพื่อเข้าห้องส้วม แต่ไม่มีทางลาดเข้าสู่ตัวปราสาท ป้ายสัญลักษณ์ มีสัญลักษณ์หน้าห้องส้วม ทางเดินเชื่อม พื้นผิวเป็นอิฐก้อนใหญ่ค่อนข้างขรุขระผู้ใช้ Wheel Chair ค่อนข้างลำบาก ต้องมีผู้ช่วยเหลือ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานมัจฉาวังสังกะวาด วัดหวายเหนียว
| อยู่ในบริเวณพื้นที่วัดหวายเหนียว ตำบลหวายเหนียวอำเภอท่ามะกา หากมาจากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 92–93 เข้าทางเดียวกับโบราณสถานพงตึก เมื่อลงจากสะพานจันทรุเบกษาเลี้ยวขวาตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำแม่กลองประมาณ 3 กิโลเมตรอุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปที่นิยมมาให้อาหารปลาเวลากลางวันจะพบปลาตะเพียนในเวลาหนึ่งทุ่มเป็นต้นไปจึงจะพบปลาสังกะวาสซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากมีลักษณะคล้ายกับปลาเนื้ออ่อนนอกจากนี้ภายในวัดหวายเหนียวยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา08.00–18.00 น. ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
| ห่างจากตัวเมืองประมาณ 180 ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 39-40 ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขาแหลม) เป็นต้น มีพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯ ร่มรื่น มีห้วยกระเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง น้ำตกกระเต็งเจ็ง อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ30 เมตร มีชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่าง ๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และมีต้นไม้ขนาด 13 คนโอบ โดยเฉพาะชั้นที่ 16 นั้น มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆ จนถึงชั้นบนสุด ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมได้ เมื่อขึ้นไปถึงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำ ลิ้นจี่ป่าและมะไฟป่า ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานฯ ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักและสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม (ป้อมปี่) โทร. 0 3453 2099, 0 6131 3443 และที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. หรือที่เว็บไซต์www.dnp.go.th การเดินทาง รถโดยสารประจำทางสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี ตั้งแต่เวลา 16.00-10.30 น. และ 11.00-12.00 น. รถตู้โดยสาร สายกาญจนบุรี-สังขละบุรี โดยออกจากสถานีขนส่งทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 07.00-16.30 น. ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
| อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ มีเนื้อที่ 953,500 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ถ้ำสวรรค์ เป็นถ้ำที่เพิ่งค้นพบใหม่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณหมู่บ้านต้นมะพร้าว ตำบลแม่กระมุง อำเภอศรีสวัสดิ์ ลักษณะถ้ำเป็นเหมือนอุโมงค์ธรรมชาติ กว้างประมาณ 9 เมตร สูง 9 เมตร ยาว 150 เมตร ที่ผนังถ้ำจะมีภาพวาดของคนโบราณ การเดินทาง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ประมาณ 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น-น้ำตกเอราวัณ เลี้ยวขวาบริเวณโรงเรียนบ้านต้นมะพร้าว เข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้านต้นมะพร้าว วิ่งรถผ่านหมู่บ้านเข้าไปอีก 500 เมตร ก็จะถึงปากถ้ำ ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และควรติดต่อชาวบ้านในหมู่บ้านต้นมะพร้าวเป็นผู้นำชม ถ้ำเนรมิต เป็นถ้ำขนาดใหญ่แบ่งเป็นหลายห้องมีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ แปลกตา และสวยงามมาก ตั้งอยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวไปทางวัดถ้ำเนรมิตอีก 2 กิโลเมตรและเดินเท้าต่ออีกประมาณ 300 เมตร และห่างกันไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรยังมีถ้ำใหญ่อีก 3 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำน้ำมุด ถ้ำพระปรางค์และถ้ำพระโค ควรติดต่อผู้นำชมหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ การเดินทาง ควรใช้รถกระบะหรือรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ถ้ำน้ำมุด อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณหมู่บ้านน้ำมุด ตำบลแม่กระบุง ปากถ้ำกว้างประมาณ 15 เมตร สูง 10 เมตร ภายในถ้ำเป็นโพรงลึกมีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำตลอดเวลา ถ้ำพระปรางค์ เป็นอีกถ้ำหนึ่งที่มีความใหญ่โตและสวยงามมากของจังหวัดกาญจนบุรีอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณบ้านน้ำมุด ตำบลแม่กระบุงภายในถ้ำแบ่งเป็นห้องต่างๆ หลายห้องแต่ละห้องมีหินงอก หินย้อยงดงาม การเดินทางใช้เส้นทางน้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ก่อนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น 11กิโลเมตรให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดน้ำมุดเข้าไปประมาณ 500 เมตร อ้อมไปทางด้านหลังวัดจอดรถไว้ที่เชิงเขาจะมีทางขึ้นถ้ำระยะทางประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงปากถ้ำ จากจุดจอดรถถ้าเดินขึ้นเขาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 130 เมตร ก็จะพบถ้ำอีกถ้ำหนึ่งชื่อถ้ำพระโค น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากกาญจนบุรีประมาณ 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม–เมษายน ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักจำนวน 20 หลัง ราคา 900-2,700 บาทและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งร้านอาหารสวัสดิการ ตอนกลางคืนมีการฉายสไลด์ สอยถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ เวลา09.00-15.30 น. หรือwww.dnp.go.th อุทยานแห่งชาติจะทำการปิดสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกผาสวรรค์ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม - 31 ตุลาคมของทุกปี การเดินทาง รถยนต์ เส้นทางที่ 1 ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-น้ำตกเอราวัณ (ทางหลวงหมายเลข3199 ) ผ่านถ้ำพระธาตุ ห้วยพุมุด (วัดพุมุด)เส้นทางหลังจากนี้เป็นดินลูกรังอัดแน่นเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นรวมระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตรควรใช้รถสภาพดีมีกำลังหรือจะเช่ารถสองแถวจากตัวเมืองหรือที่ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ได้เช่นกัน เส้นทางที่ 2 การนำรถยนต์ข้ามแพขนานยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ท่ากระดาน-แม่ละมุ่น(ทางหลวงหมายเลข 3199 ) เริ่มจากนำรถลงแพที่ท่าแม่ละมุ่นข้ามไปท่าอำเภอศรีสวัสดิ์ใช้เวลาประมาณ15 นาที เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ 50 บาทจากนั้นขับรถยนต์ต่อไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบท่าแพขนานยนต์ข้ามไปท่าห้วยแม่ขมิ้นใช้เวลา 30-45 นาที เสียค่าธรรมเนียมคันละ 150 บาท จากนั้นขับรถต่อไปอีก 7 กิโลเมตรถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เรือเรือเหมาขึ้นที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดานซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ 12กิโลเมตร ราคา 1,500 (10 คน) -3,000(30 คน) บาท เมื่อถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นเดินขึ้นไป 200 เมตรถึงตัวน้ำตก รถโดยสารสามารถขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมืองผ่านบ้านต้นมะพร้าว บ้านน้ำมุด พุดตาเซียน ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รถออกเวลาประมาณ12.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (หมายเหตุ -เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้) ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานแห่งชาติไทรโยค
| มีเนื้อที่ 598,750 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม2523 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือค้างคาวกิตติ และ ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอาศัยอยู่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทรโยคเคยเป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่นปัจจุบันปรากฎร่องรอยเตาหุงข้าวและซากเตาไฟอยู่ในพื้นที่นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า มี แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือ เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจนตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยคเนื่องจากเป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมาน้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝนและในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ) เคยเสด็จประพาส ณน้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทางและมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทบริเวณอุทยานฯ มีบริการร้านอาหาร แพพัก แพล่อง เรือเช่า บ้านพักค่ายพักแรมและสถานที่กางเต็นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา08.30-18.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30น. หรือ www.dnp.go.th ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 104 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่82 |
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
| เดิมมีชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 มีเนื้อที่ 343,735 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณเนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
น้ำตกเอราวัณ อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและผาสูง 2,100 เมตร น้ำตกเอราวัณมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. หรือเว็บไซต์ www.dnp.go.thหรือที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี โทร. 0 3457 4222, 0 3457 4722, 0 3457 4234 หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ 6 ประจำปี 2549 มีการบริการเทียบเท่าระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นรถกอล์ฟสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการที่ประสงค์จะเข้าชมน้ำตก ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถถึงน้ำตกชั้นแรกประมาณ 700 เมตร การเดินทาง รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 56 แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก 500 เมตร จะถึงน้ำตก รถโดยสารประจำทาง มีรถสายกาญจนบุรี-เอราวัณออกจากสถานีขนส่ง ถ.แสงชูโต มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ โดยดูได้จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช www.dnp.go.th และแนะนำนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติที่มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ ให้ติดต่อสอบถามหรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าก่อนการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติโดยตรงได้ที่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3457 4722 และ 0 3457 4234 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
| มีพื้นที่ 1,619,280 ไร่ เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวน และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นผืนป่าตะวันตกที่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งมรดกโลก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศจะหนาว และเย็นมากในระหว่างเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ พรรณไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ เสือลายเมฆ สมเสร็จ เลียงผา เหยี่ยว นกกระทุง ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เมื่อ พ.ศ. 2532 สถานที่น่าสนใจในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้แก่ น้ำตกทีลอซู คำว่า " ทีลอซู " เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก ติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก ซึ่งการเดินทางไปชมน้ำตกแต่ละชั้นบางครั้งจะต้องเดินผ่านสายน้ำตก ควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ การเดินทาง รถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่ขับรถเข้าน้ำตกทีลอซูควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีสมรรถนะสูงเท่านั้น ในช่วงฤดูฝนรถยนต์ไม่สามารถเข้าได้หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางเข้าชมน้ำตกทีลอซูจะต้องล่องแพยางและเดินเท้า ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเดินเท้าเข้าชมน้ำตกอีกประมาณ 3 กิโลเมตรค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ 20 บาท/ คน รถยนต์ 30 บาท/ คัน ล่องแพ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพในอำเภออุ้มผางได้ โดยติดต่อได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 หมายเหตุ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ขอปิดเส้นทางไม่ให้ยานพาหนะ เข้า - ออก ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซู ในช่วงฤดูฝน และช่วงเดือนพฤศจิกายน 2551 นี้ ยังอยุ่ระหว่างการปรับปรุงเส้นทางที่เป็นหลุมบ่ออันเนื่องจากฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง จึงมีกำหนดเปิดเส้นทางรถยนต์ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ห่าอุ้มผาง โทร. 0 5557 7318 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
เขื่อนภูมิพล
| เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนยันฮี เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย สร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และเอเชียอาคเนย์ จัดอยู่ในอันดับ 8 ของโลก มีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน 154 เมตร กั้นแม่น้ำปิงที่เขาแก้ว อำเภอสามเงา สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า และด้านชลประทาน ความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะทาง 207 กิโลเมตร รอบบริเวณเขื่อนภูมิพลเป็นแหล่งพักผ่อน และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดด้วย นอกจากนั้นทางเขื่อนภูมิพลได้จัดทำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ สองฝั่งลำน้ำปิงเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ตื่นเป็นเส้นทางเดินศึกษาสภาพความหลากหลายของพื้นที่ป่าดิบเขา และการฟื้นฟูสภาพป่า ตลอดจนการศึกษาลักษณะสภาพป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ความหลากหลายของภูเขาหิน ลำห้วย และน้ำตก เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสวนน้ำพระทัย จ้ดสร้างขึ้นในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ภายในอาคารจัดแสดงเรื่องราวการก่อสร้างเขื่อนและนำเสนอประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากเขื่อนภูมิพล เรื่องในหลวงกับ กฟผ. การจำหน่ายผลผลิตจากโครงการหลวง ภายนอกอาคารจัดแสดงการทำงานของกังหันน้ำชัยพัฒนา สนามกอล์ฟเขื่อนภูมิพล เป็นสนามภูเขาที่มีความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม ระยะ 6,065 หลา พาร์ 71 จำนวน 18 หลุม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและจองที่พักได้ที่เขื่อนภูมิพล โทร. 0 5554 9509-10, 0 5559 9093-7, ต่อ 2521 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
เจดีย์ยุทธหัตถี หรือ เจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช
| เจดีย์ยุทธหัตถี หรือ เจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช หรือเจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช หรือ ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เจดีย์ชนช้าง ตั้งอยู่บนดอยช้าง ตำบลเกาะตะเภา ดอยช้างเป็นเนินดินเล็ก ๆ อยู่ทางเหนือของดอยพระธาตุไปเล็กน้อย เจดีย์นี้เป็นโบราณสถาน สร้างในสมัยสุโขทัยมีอายุราว 700 ปีเศษ องค์เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่เยื้องกับวัดพระบรมธาตุประมาณ 200 เมตร ลักษณะของเจดีย์ยุทธหัตถีเป็นศิลปะแบบสุโขทัยคล้ายกับองค์อื่นๆ ทั่วไปในเมืองสุโขทัย ก่ออิฐถือปูนฐานกว้าง 12 เมตร เป็นเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมขึ้นไป สูง 16 เมตร เหนือเรือนธาตุทำเป็นลำสี่เหลี่ยมย่อมุมตลอดถึงยอดที่เป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ยอดสุดมีฉัตร มีร่องรอยการซ่อมแซมตลอดมา แต่ไม่เสียรูปทรงเดิม ฐานพุ่มมีลายปั้นเป็นรูปหน้าสิงห์สวยงาม หน้าสิงห์ด้านทิศเหนือยังสมบูรณ์ ด้านอื่นๆ ชำรุด องค์เจดีย์ส่วนใหญ่มีคราบตะไคร่น้ำจับอยู่ทั่วไป จะมีการขุดแต่ง และทำความสะอาดรอบบริเวณเจดีย์ในช่วงใกล้วันเทศกาล เป็นงานเดียวกับงานไหว้พระธาตุบ้านตากจากหลักฐานศิลาจารึกหลักที่ 1 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชกล่าวว่า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด ได้ยกทัพมาตีกรุงสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้ทรงบกทัพมาป้องกันเมืองตาก พ่อขุนรามคำแหงมหาราช โอรสเสด็จติดตามไปด้วยและพทัพทั้งสองได้ปะทะกัน ณ ที่แห่งนี้ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียทีแก่ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด พ่อขุนรามคำแหงมหาราชจึงได้ไสช้าง เบิกพลเข้าช่วยจนได้รับชัยชนะจึงได้สร้างเจดีย์ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในการทำยุทธหัตถีมีชัยชนะ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
น้ำตกทีลอซู
| ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง คำว่า ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง การเดินทางใช้เส้นทางบ้านแม่กลองใหม่-บ้านเปิ่งเคลิ่ง ระยะทาง 20 กม. ถึง ด่านป่าไม้เดลอแยกซ้ายมือจากถนนใหญ่ เป็นทางลำลองประมาณ 27 กม. ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางเดินเท้าอีก 3 กม. ถึงน้ำตก ทีลอซู ลักษณะเป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่กลางป่าตะวันตก ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ มีน้ำไหลตลอดปี ความกว้างของน้ำตกประมาณ 500 เมตร แวดล้อมด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์สวยงาม ติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และสวยที่สุดในประเทศไทย การเดินทางเข้าถึงทางรถยนต์ จากหน่วยพิทักษ์ป่าหนองหลวง ซึ่งอยู่ติดกับถนนลาดยาง มีทางลำลองมายังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีสมรรถนะสูง (รถตู้และรถเก๋งห้ามเข้า) สามารถเข้าถึงที่ทำการเขตฯ เฉพาะในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม เท่านั้น ในช่วงเดือนอื่นๆ จะต้องใช้วิธีล่องแก่งแล้วเดินเท้าแทน การล่องแพ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพในอำเภออุ้มผางได้ โดยติดต่อได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง หรือน้ำตกทีลอซู นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องดำเนินการขออนุญาตก่อน โดยผ่านการประทับตรา สป. 7 จากกรมป่าไม้ (แบบฟอร์มดังกล่าวสามารถติดต่อผ่านชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผาง) เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยว เป็นการอนุญาตให้เข้าไปในฐานะผู้ศึกษาธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเทศกาลวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขตอำเภออุ้มผางโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น้ำตกทีลอซูเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาความแออัดในแหล่งธรรมชาติ ตลอดจนปัญหาเรื่องขยะรวมถึงห้องสุขาไม่เพียงพอ และถนนเสียหาย หมายเหตุ : เขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก จะปิดเส้นทางเดินรถยนต์ จากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซู รวมระยะทาง 25 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 ตุลาคม เนื่องจากเป็นฤดูฝน ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ป่าออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถเดินทางเข้าไปได้ด้วยกัน 2 เส้นทางด้วยกัน คือ • เส้นทางที่ 1 ล่องเรือยางจาก อ.อุ้มผาง ขึ้นที่ท่าทราย เดินเท้าต่อไปยังน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง • เส้นทางที่ 2 เดินเท้าตามเส้นทางรถจากห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะเดินทางเข้าไปในช่วงเวลาดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนทุกครั้ง สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทร. 0 5550 0919-20 และที่ทำการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
น้ำตกนางครวญ
| น้ำตกนางครวญ เดิมชื่อ น้ำตกเพอะพะ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกพบพระ และเปลี่ยนมาเป็นชื่อ น้ำตกนางครวญ เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลดหลั่นลงไปเป็นชั้นเล็กๆ ท่ามกลางป่าร่มรื่น มีต้นน้ำมาจากลำคลองริมท้องนาข้างทาง และทางการได้ตัดถนนผ่านตัวน้ำตกจึงแลดูเป็นน้ำตกเล็กๆ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงสาย 1090 พอถึงบริเวณกิโลเมตรที่31-32 มีทางแยกขวามือเข้าอำเภอพบพระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1206 ที่อยู่ริมสะพานคอนกรีตด้านขวาบริเวณกิโลเมตรที่ 12 ก่อนถึงอำเภอพบพระเล็กน้อย ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก
| บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ น้ำในบ่อนี้เป็นน้ำร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อุณหภูมิวัดได้ 60 องศาเซลเซียส สามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 1206 สายพบพระ - บ้านช่องแคบ (ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกพาเจริญ) มีทางแยกขวาก่อนเข้าอำเภอพบพระแล้วให้แยกขวาทางไปหมู่บ้านห้วยน้ำนัก ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
วนอุทยานแห่งชาติเขาพระบาท
| (ฟอสซิลไม้กลายเป็นหินใหญ่ที่สุดในเอเชีย) ตั้งอยู่บริเวณท้องที่หมู่ที่ 7 ตำบลตากออกในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่สลิด วนอุทยานแห่งชาติเขาพระบาท (ฟอสซิลไม้กลายเป็นหินใหญ่ที่สุดในเอเชีย) ตั้งอยู่บริเวณท้องที่หมู่ที่ 7 ตำบลตากออกในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่สลิด ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
วัดพระบรมธาตุ
| วัดพระบรมธาตุซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีมะเมีย ในช่วงวันขึ้น 14 และ 15 ค่ำเดือนเก้าของชาวภาคเหนือ ชาวอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก โดยองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะตะเภา จะจัดงานบุญที่ยิ่งใหญ่ คือประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า ขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยจัดขบวนแห่ผ้าห่มธาตุ ซึ่งประกอบด้วยขบวนกลองยาว ขบวนต้นเงินต้นทอง ขบวนตุงไชย ธงทิวและเครื่องพุทธบูชา จากบริเวณหนองเล่ม เคลื่อนผ่านสะพานบุญ ซึ่งเป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 200 เมตรขึ้นไปทำพิธีห่มพระบรมธาตุ จากนั้นจะเป็นพิธีการบวงสรวงเจดีย์ยุทธหัตถี เจดีย์ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสร้างไว้ในคราวทำสงครามยุทธหัตถีชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอดและพิธีชุมนุมเจ้า 108 องค์ จากทั่วทุกสารทิศ การเดินทาง จากตัวเมืองตากไปตามทางหลวงหมายเลข 1107 ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสูทางหลวงหมายเลข 1175 อีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ หรือหากใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 442 เข้าอำเภอบ้านตากผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปิ แล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดท่านา จนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้าย 200 เมตร ถึงวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
ศาลเจ้าพ่อพะวอ
| ตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ ถนนสายตาก - แม่สอด บริเวณกิโลเมตรที่ 62 - 63 ศาลนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองตาก และชาวอำเภอแม่สอดมาก เล่ากันว่าท่านเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงแต่งตั้งให้เป็นนายด่านอยู่ที่ด่านแม่ละเมา เพื่อคอยป้องกันข้าศึกมิให้ข้ามเขามาได้ เดิมทีศาลเจ้าพ่อพะวออยู่อีกด้านหนึ่งของเขา แต่เมื่อตัดถนนไปทางใหม่จึงได้มาสร้างศาลขึ้นใหม่ มีผู้เล่าว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าใครไปล่าสัตว์ในบริเวณเขาพะวอแล้วมักจะเกิดเหตุต่างๆ เช่น รถเสีย เจ็บป่วย หรือหลงทาง และเพราะเหตุที่เจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบ จึงชอบเสียงปืน ทำให้ผู้ที่เดินทางมาสักการะมักยิงปืนถวาย จุดประทัด หรือบีบแตรถวายท่านเป็นการแสดงความเคารพ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
| ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง ใกล้กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศาลนี้แต่เดิมอยู่ที่วัดดอยเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ชาวเมืองเห็นว่าศาลนั้นไม่สมพระเกียรติ จึงช่วยกันสร้างศาลขึ้นใหม่พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2277 สวรรคต พ.ศ. 2325 รวม 48 พรรษา ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
สะพานมิตรภาพไทย-พม่า
| สะพานมิตรภาพไทย-พม่า(ประตูเชื่อมอันดามันสู่อินโดจีน) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด สุดทางหลวงหมายเลข 105 (สายตาก-แม่สอด) เป็นสะพานสร้างข้ามแม่น้ำเมยระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับ เมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์ (หรือพม่าเดิม) มีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร สร้างเพื่อเชื่อมถนนสายเอเซียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเซียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป เป็นประตูสู่ อินโดจีนและอันดามัน แม่น้ำเมย หรือแม่น้ำต่องยิน เป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย เมียนมาร์ที่ยาวถึง 327 กิโลเมตร แม่น้ำสายนี้แปลกกว่าแม่น้ำทั่วไปคือไหลขึ้นทางทิศเหนือ โดยมีจุดกำเนิดที่บ้านน้ำด้น (เป็นน้ำที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน) อำเภอพบพระ ไหลผ่านอำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำภอท่าสองยาง ผ่านบ้านสบเมย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บรรจบกับแม่น้ำสาละวิน ไหลเข้าเขตพม่าลงอ่าวมะตะบัน ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ
| อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ เป็นอุทยานแห่งชาติเปิดใหม่ ท้องที่บ้านหนองหลวง หมู่ 3 ตำบลสามหมื่น ริมทางหลวงสายแม่ระมาด-บ้านตาก ห่างจากแยกอำเภอแม่ระมาดประมาณ 18 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 380 ตารางกิโลเมตร เดิมชื่ออุทยานแห่งชาติแม่กาษา ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ” เพื่อเป็นการยกย่องพะวอซึ่งเป็นท่านทหารชาวกระเหรี่ยงในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายด่านแม่ละเมา และได้ต่อสู้กับข้าศึกเพื่อปกป้องเอกราชของชาติจนตัวเองต้องเสียชีวิตในสมามรบ ซึ่งสมรภูมิรบก็อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนพะวอนี้เอง ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนสูงชัน เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากมีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าต็งรัง สภาพอากาศได้รับอิทธิพลจากลมทะเลอันดามัน ทำให้มีอากาศค่อนข้างชื้นในฤดูฝน ฤดูหนาวอากาศหนาวเย็น ฤดูร้อนอากาศเย็นสบายอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 21 องศา ทำให้มีอากาศเย็นสบายทั้งปี มีพันธุ์ไม้หลากหลายเช่น สัก แดง ประดู่ มะค่าโมง ยาง ตะเคียนทอง ไม้ถิ่นภาคใต้เช่น ลูกเนียง (มะตึงยาง) สะตอป่า เงาะป่า ฯลฯ สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จำนวน 1 หลัง ห้องพัก 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ จำนวน 3 หลัง และสถานที่กางเต็นสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 500 คน
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) ถึงอำเภอแม่สอดเลี้ยวขวาไปทางอำเภอแม่ระมาด จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1175 (แม่ระมาด-บ้านตาก) อีก 16 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ติดต่อสอบถามและสำรองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ งานบริการบ้านพัก โทร. 0 2562 0760-2www.dnp.go.th
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ กิจกรรมดูนก รอบ ๆ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และเส้นทางเดินเท้าไปน้ำตกขุนพะวอ สามารถหาดูนกได้โดยการใช้กล้องส่อง หรือดูด้วยตาเปล่าจะพบนกแปลก ๆ และนกหายากหลายชนิด ซึ่งจากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2547 โดยนักดูนกมืออาชีพพบว่ามีนกนานาพันธุ์กว่า 100 ชนิด น้ำตกขุนพะวอ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำน้ำแม่จะเราที่ไหลผ่านชองเขาลำน้ำบีบเล็กลง ด้วยความรุนแรงของกระแสน้ำที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูงชันกว่า 100 เมตร ลงสู่เบื่องล่างกระทบโขดหินส่งเสียงดังกึกก้องไปทั้งหุบเขา มีละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่จะเรา นักท่องเที่ยวหากมีความประสงค์จะไปชมน้ำตกกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ เป็นผู้นำทางเพราะต้องเดินเท้าเข้าชมน้ำตกจากด้านล่างใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีจุดพักให้ชมวิวที่สวยงามอยู่หลายแห่ง น้ำตกห้วยกะทิง หมู่ 6 บ้านห้วยกระทิง ตำบลพระธาตุ เป็นน้ำตกขนากลางมีความสวยงามมากอีกแห่งของอุทยานฯ สูงประมาณ 50 เมตร น้ำใสสะอาด ไหลตลอดทั้งปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 15 กิโลเมตร ห้วยแม่ละเมา เป็นลำห้วยขนาดใหญ่ สองข้างลำห้วยมีสภาพป่าสมบูรณ์สวยงาม มีกิจกรรมล่องแก่งเรือยางเริ่มต้นตรงหลักกิโลเมตรที่ 50 ของถนนสายตาก-แม่สอด ใช้เวลาล่องประมาณ 1.30 ชั่วโมง ผ่านป่าเขาท่ามกลางธรรมชาติ ได้ศึกษาพันธุ์ไม้น้ำ และนกนานาชาติและผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
| มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตป่าแม่ท้อ ตำบลแม่ท้อ ตำบลพะวอ อำเภอเมือง และป่าแม่ละเมา อำเภอแม่สอด มีเนื้อที่ 165,250 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชัน มีภูเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าสมบูรณ์ เป็นอุทยานฯ ที่มีป่าหลายชนิด เช่น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ อุทยานฯ มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส ฝนตกชุกในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ส่วนฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม จะมีอุณหภูมิ 6 องศาเซลเซียส พื้นที่ป่าแห่งนี้ในอดีตเคยใช้เป็นเส้นทางเดินทัพของไทย และพม่า ในปี พ.ศ. 2305 พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ในระหว่างยกทัพกลับทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ในป่านี้ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่ ต้นกระบากใหญ่ เป็นต้นไม้ที่ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ เป็นพันธุ์ไม้เนื้ออ่อนมีลักษณะลำต้นตรงเปลา (คือ ลำต้นสูงชะลูดไม่มีกิ่งที่ลำต้น) เรือนยอดเป็นพุ่มกลมเปลือกสีน้ำตาลปนเทา มีอายุประมาณ 700 ปี มีขนาดวัดโดยรอบได้ 16.40 เมตร หรือราว 14 คนโอบ สูง 50 เมตร เป็นต้นกระบากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้ค้นพบคือ นายสวาท ณ น่าน ช่างระดับ 2 สถานีโทรคมนาคม จังหวัดตาก เส้นทางเดินที่ลงไปชมต้นกระบากใหญ่ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเป็น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมระบบเชิงนิเวศของป่าด้วย ผู้ที่จะเดินลงไปชมต้นกระบากใหญ่ควรมีความพร้อมทางร่างกาย เพราะทางเดินค่อนข้างชัน การเดินทาง ต้นกระบากใหญ่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นทางรถยนต์ประมาณ 3 กิโลเมตร และเป็นทางเดินเท้าลงเขาชันอีกประมาณ 1 กิโลเมตร สะพานหินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมหน้าผาสองแห่งเข้าด้วยกัน มีความกว้าง และความสูงประมาณ 25 เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่าน ถัดออกไปประมาณ 50 เมตร มีถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 105 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 35 ให้แยกเข้าศูนย์เพาะชำกล้าไม้ตาก และตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร จากนั้นให้เดินเท้าต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงสะพานหินธรรมชาติ น้ำตกปางอ้าน้อย เป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดทั้งปี สูงประมาณ 20 เมตร อยู่ห่างจากต้นกระบากใหญ่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกปงอ้าใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ความสูงประมาณ 80 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 24 กิโลเมตร การเดินทาง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้นำทางสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานฯ โทร. 0 5551 1429 หรือกรมอุทยานฯ โทร. 0 2562 0706 ถ้ำธารลอดผาขาว-ผาแดง อยู่ห่างจากที่ทำการ 35 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว-ผาแดง มีความสูง 30 เมตร มีถ้ำธารลอดเกิดจากลำห้วยผาแดง ซึ่งไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยสวยงาม ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
| อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในตำบลช่องแคบ ตำบลพบพระ ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ และตำบลด่านแม่ละเมา ตำบลพะวอ ตำบลพระธาตุผาแดง ตำบลแม่กุ ตำบลแม่ตาว ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด มีพื้นที่ 534,375 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,765 เมตร สภาพทั่วไปส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ และป่าเขาสน ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ น้ำตกพาเจริญ เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำห้วยน้ำไหลมารวมกับแหล่งน้ำซับแล้วไหลลงสู่ชั้นน้ำตกที่นับรวมได้ถึง 97 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปีแต่จะสวยงามในช่วงปลายฤดูฝน การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 สายแม่สอด-อุ้มผาง มีทางแยกซ้ายกิโลเมตรที่ 37 เข้าไปอีกประมาณ 700 เมตร บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ อุณหภูมิของน้ำวัดได้ 60 องศาเซลเซียส ปัจจุบันอำเภอพบพระได้จัดศาลาพักผ่อนใกล้บ่อน้ำร้อน ด้านที่ติดกับถนนรพช. สามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1206 สายพบพระ-บ้านช่องแคบ มีทางแยกขวาก่อนเข้าอำเภอพบพระเพื่อไปหมู่บ้านห้วยน้ำนัก จุดชมวิวดอยเกี๊ยะ ตั้งอยู่ในเขตป่าแม่สอด หมู่ที่ 4 ตำบลพบพระ เป็นจุดสูงสุดชายแดนไทย-สหภาพพม่า มีความสูงประมาณ 512 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณป่าของพม่าได้ บางส่วนเป็นสันเขา และมีอากาศเย็นสบาย ในฤดูหนาวมีทะเลหมอกเหนือแม่น้ำเมย ที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-สหภาพพม่า น้ำตกป่าหวาย ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1090 สายแม่สอด-อุ้มผาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 43 แยกซ้ายไปตามถนนเข้าหมู่บ้านประมาณ 16 กิโลเมตร ทางคดเคี้ยว การชมน้ำตกต้องเดินจากชั้นล่างของน้ำตก ฝ่ากระแสน้ำขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนแล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 30 เมตร จะพบปล่องภูเขากว้างประมาณ 10 เมตร มีน้ำไหลลงสู่ปล่องแล้วหายไปในบริเวณใต้ภูเขา น้ำตกป่าหวายเกิดจากลำห้วยป่าหวายมีน้ำไหลตลอดปี บริเวณโดยรอบมีไม้หวายเป็นจำนวนมากจึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตก การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 สายพบพระ-อุ้มผาง เลี้ยวซ้ายก่อนถึงกิโลเมตรที่ 42 เข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร น้ำตกสายฟ้า และ น้ำตกสายรุ้ง เป็นน้ำตกที่มีละอองน้ำตกลงมากระทบแสงแดด เหมือนรุ้งกินน้ำมีน้ำไหลตลอดปี การเดินทางอยู่ระหว่างเส้นทางสายพบพระ-อุ้มผาง ทางหลวงหมายเลข 1090 เลยอำเภอพบพระไป 11 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกสายฟ้า และน้ำตกสายรุ้ง
สถานที่พัก
อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ จำนวน 2 หลัง หรือกางเต็นท์พักแรมแต่ต้องนำอุปกรณ์มาเอง ติดต่อ
รายละเอียดได้ที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ กิโลเมตรที่ 37 หมู่ 6 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ
จังหวัดตาก 63160 โทร. 0 5550 0906 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760www.dnp.go.th
การเดินทาง อุทยานฯ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1090สายแม่สอด-อุ้มผาง ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 37มีทาง
แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 700 เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
อุทยานแห่งชาติแม่เมย
| เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอุทยานแห่งชาติแม่เมย อยู่ในเขตอำเภอท่าสองยาง มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนสหภาพพม่าโดยมีแม่น้ำเมยเป็นเส้นแบ่งเขตแดน บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีการจัดภูมิทัศน์ และตกแต่งพื้นที่ด้วยไม้ประดับดูสวยงาม บรรยากาศโดยรอบที่ทำการสงบร่มรื่นด้วยป่าเขา และยังมีสัตว์ป่าต่างๆ เช่น กวาง ละมั่ง เป็นต้น นอกจากนั้นทางอุทยานฯ ได้จัด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางโดยติดต่อล่วงหน้าที่อุทยานฯ เป็นเส้นทางเดินแบบไปเช้า - เย็นกลับ หรือจะพักแรมก็ได้ ระหว่างเส้นทางที่เดินเป็นทางขึ้นเขาบ้าง ลงเขาบ้าง ทางเดินไม่ชันมาก เดินเรียบลำน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านน้ำตกเล็กๆ บางครั้งต้องปีนบันไดไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นขนานไปกับน้ำตก ละอองน้ำจากน้ำตกจะกระเด็นเข้ามาปะทะที่ใบหน้าทำให้สดชื่นขึ้น หากมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพบดอกไม้ป่านานาชนิดหลากสีสันบานอยู่ริมทางเดินหรือริมน้ำตก เช่น ดอกกระทือสีแดง ดอกบัวตองสีเหลืองบานเป็นกอชวนสะดุดตาตัดกับผืนป่าสีเขียว บางดอกซ่อนตัวอยู่กับพรมมอสสีเขียวเข้ม น้ำตกผาเทวะ เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะได้พบในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และเป็นน้ำตกที่เด่นที่สุดในอุทยานฯ มีความสูง 150 เมตร เวลาที่อยู่ใกล้ ๆ จะมองเห็นสายน้ำทิ้งตัวลงจากหน้าผา ส่งให้สายน้ำไหลแรงมากระทบโขดหิน และแอ่งน้ำเบื้องล่าง ป่ารอบ ๆ บริเวณจึงชุ่มชื้น และฉ่ำเย็นด้วยละอองของน้ำที่กระจายไปทั่ว สายน้ำสีขาวของผาเทวะไหลยาวไปสู่เบื้องล่างสามารถมองเห็นได้จากอีกยอดเขาหนึ่ง เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาจะพบ ทุ่งหญ้านิรนาม เป็นทุ่งหญ้าและหุบเขาสามารถพักแรมได้ และต้องเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไปเอง เช่น ไฟฉาย น้ำ อาหาร เครื่องนอน ทุ่งหญ้ามีทิวทัศน์สวยงาม และบรรยากาศเย็นสบาย ถ้าตื่นมาตอนเช้าหากฟ้าเปิดจะมองเห็นทะเลหมอก ใกล้ ๆ บริเวณจะพบหลุมขุดแร่เป็นระยะ ๆ เพราะที่นี่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่มาก่อน และบริเวณกลางป่ามีเจดีย์ซึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิของหญิงสาวที่มาผูกคอตายเพราะผิดหวังในความรัก ทางอุทยานฯ ได้จัดเป็นเส้นทางเดินป่า “เล่นน้ำตกเทวะ พักแรมทุ่งหญ้านิรนาม ชมทะเลหมอก” ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง ถ้ำแม่อุสุ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าสองยางไปทางเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร บนเส้นทางสายแม่สอด-แม่สะเรียง ทางหลวงหมายเลข 105 เลยกิโลเมตรที่ 94 ไปเล็กน้อย จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปชมถ้ำจะต้องเดินลุยไปตามลำห้วยแม่อุสุ ช่วงฤดูฝนเข้าชมถ้ำไม่ได้เนื่องจากระดับน้ำในลำธารจะสูงมาก ภายในถ้ำกว้างใหญ่ เพดานสูง อากาศโปร่ง มีหินงอก หินย้อยรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม ทางด้านตะวันตกจะมีโพรงหินขนาดใหญ่ ในตอนบ่ายมีแสงแดดส่องเข้ามาทำให้ถ้ำดูสวยงาม ทางเดินไม่ลำบาก หากปีนขึ้นไปจนทะลุโพรงหินจะยิ่งสวยงาม เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำสักระยะหนึ่งแล้ว หันกลับมาดูทางเข้าจะเห็นลำห้วยที่ไหลคดเคี้ยวออกจากถ้ำที่มืดไหลไปสู่ปากถ้ำที่สว่าง และบริเวณด้านหลังเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสวยงาม จุดชมทะเลหมอก มี 3 จุด ซึ่งทุกจุดติดทางหลวงสายแม่สลิด-อมก๋อย ดังนี้ -จุดชมทะเลหมอกหลังที่ทำการอุทยานฯ มีความสูงประมาณ 1,100 เมตร เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกได้กว้างไกลและชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จุดนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินป่าเพราะต้องเดินทางเข้าไป 3-4 ชั่วโมง และต้องพักแรม 1 คืน เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงาม -ม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดา อยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร สามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกดิน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร -ม่อนกิ่วลม เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุดเพื่อดูพระอาทิตย์ยามเช้าเหนือทะเลหมอก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 14 กิโลเมตร อัตราค่าเข้าอุทยานฯ ชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท (ไม่รวมคนขับ) สถานที่พัก ทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน 3 หลัง ราคา 1,000 บาท หากต้องการให้อุทยานฯ บริการด้านอาหารต้องแจ้งล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 63150 โทร. 0 5551 9644-45 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร.0 2562 0760www.dnp.go.th การเดินทางจากตัวเมืองตากไปตามเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง ทางหลวงหมายเลข 105 ระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือที่จุดตรวจแม่สลิดเป็นทางที่ตัดไปสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ทางขึ้นเขาเป็นทางชันรถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปได้ (หมายเหตุ เส้นทางหลวงหมายเลข 105 ช่วงแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง เป็นเส้นทางเลียบชายแดนจึงไม่แนะนำให้เดินทางผ่านหลังเวลา 18.00 น.) หรือนั่งรถสองแถวประจำทางจากแม่สอดไปบ้านแม่สลิดหลวง หลังจากนั้นต้องเหมารถต่อไปที่ทำการอุทยานฯ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
อุทยานแห่งชาติลานสาง
| อุทยานแห่งชาติลานสาง อยู่ที่บ้านลานสาง ตำบลแม่ท้อ ห่างจากตัวจังหวัดตากประมาณ 20 กิโลเมตร มีพื้นที่ 65,000 ไร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนติดต่อกันเกือบตลอดพื้นที่ ส่วนที่สูงที่สุดอยู่บริเวณด้านทิศตะวันตก และทิศใต้ และลาดต่ำลงมาทางด้านทิศตะวันออก มีลำธารไหลผ่านหลายสาย เช่น ลำห้วยลานสาง ห้วยท่าเล่ย์ คลองห้วยทราย ห้วยอุมยอม ป่าในเขตอุทยานฯ มีทั้งป่า ดงดิบ ป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ สลับกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ หมูป่า เก้ง เต่าปูลู เลียงผา ชะมด นกปรอดเหลืองหัวจุก เป็นต้นตามตำนานเล่ากันว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เสด็จยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ครั้งที่ 2 ได้ทรงหยุดพักพลที่บ้านระแหง แขวงเมืองตาก มีชาวมอญเข้ามาสวามิภักดิ์ด้วยเป็นจำนวนมาก ทหารพม่าจึงติดตามเข้ามา สมเด็จพระเจ้า กรุงธนบุรีได้เสด็จยกทัพไปขับไล่ และพลัดหลงกับกองทัพ ประจวบกับเป็นเวลากลางคืน และสภาพพื้นที่เป็นป่าเขารกทึบยากแก่การติดตาม กองทัพไทยจึงหยุดพัก ขณะที่พักกันอยู่นั้นได้เกิดมีแสงสว่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และได้ยินเสียงม้าศึกร้อง จึงรีบพากันไปยังจุดนั้น ก็พบสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประทับม้าอยู่กลางลานหิน มีแสงสว่างออกมาจากพระวรกาย มีทหารพม่าคุกเข่าหมอบอยู่โดยรอบ และขณะนั้นเป็นเวลาฟ้าสางพอดี จึงเรียกบริเวณนั้นว่า ลานสาง และสถานที่ที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประทับม้ายังคงมีอยู่ในปัจจุบัน คือ บริเวณน้ำตกลานสาง และที่บริเวณลานหินจะมีรอยเกือกม้าของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีอยู่ด้วย สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ น้ำตกผาลาด เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นเนินหิน ไหลลดหลั่นลงมาสลับซับซ้อนกันเป็นลานหินกว้าง มีความลาดชันเล็กน้อย มีความกว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร กระแสน้ำของลำห้วยลานสางที่ไหลบ่าไปตามแผ่นหินรวมตัวไหลลงสู่แอ่งเล็ก ๆ น้ำตกลานเลี้ยงม้า (ชั้นที่1 ) อยู่ตอนต้นของลำห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกผาลาด 200 เมตร มีลักษณะเป็นเนินหินเตี้ย ๆ ตรงกลางเว้าเป็นช่องว่าง กว้างประมาณ 6 เมตร กระแสน้ำที่ไหลมาตามลำห้วยลานสาง เมื่อไหลมาถึงเนินหินเตี้ย ๆ น้ำจะไหลเข้ามาตามช่องหินสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง น้ำตกชั้นนี้มีความสูงประมาณ 5 เมตร น้ำตกลานสาง (ชั้นที่2 ) อยู่ตอนต้นของห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกลานเลี้ยงม้าประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 200 เมตร เป็นน้ำตกชั้นที่มีผู้นิยมไปมากที่สุด มีความสูงประมาณ 40 เมตร น้ำตกไหลพุ่งออกมาจากซอกเขา แล้วไหลลดหลั่นลงมา 3 ชั้น รวมตัวลงสู่แอ่งน้ำ และไหลลงสู่น้ำตกลานเลี้ยงม้า น้ำตกผาเงิน (ชั้นที่ 3 ) เป็นน้ำตกที่เกิดจากห้วยผาเงิบ น้ำจากห้วยผาเงิบจะไหลลงสู่ห้วยลานสางบริเวณใกล้ ๆ กับน้ำตกลานสาง น้ำตกผาเงิบมีความสูง 19 เมตร จะมีน้ำเฉพาะฤดูฝน และฤดูหนาว ความงามของน้ำตกอยู่ที่ผาเงิบ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันเป็นหลืบเหลี่ยม บางตอนมีหินงอก และหินย้อย น้ำตกผาผึ้ง (ชั้นที่ 4 ) อยู่สูงขึ้นไปตามซอกเขา ห่างจากน้ำตกลานสาง 750 เมตร เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา มีลักษณะเป็นหน้าผาเรียบ มีความลาดชันประมาณ 70 องศา สูง 30 เมตร ลำห้วยลานสางเมื่อไหลมาถึงยอดน้ำตกจะไหลบ่าแผ่กระจายเป็นละอองฝอยสีขาวไปตามหน้าผาลดหลั่นลงมาตามชั้นหินเล็ก ๆ เป็นบริเวณกว้างลงสู่แอ่งน้ำตก น้ำตกผาเท อยู่สูงขึ้นไปตามลำห้วย ห่างจากน้ำตกผาผึ้ง 1.2 กิโลเมตร ตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผ่านลำห้วยลานสาง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ที่มีสภาพป่าและชนิดของพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกัน น้ำตกผาเทเป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีลักษณะเป็นหน้าผามีความชัน สูง 25 เมตร เมื่อน้ำห้วยลานสางไหลตามซอกด้วยความเร็วมาถึงยอดหน้าผาซึ่งเป็นท้องน้ำตกที่มีการลดระดับต่ำลงอย่างรวดเร็ว น้ำจะพุ่งพ้นยอดผาเป็นสายลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างด้วยความแรงจนน้ำกระจายเป็นฝอยทำให้เกิดเสียงดังครืน ๆ ได้ยินแต่ไกล น้ำตกผาน้ำย้อย เป็นน้ำตกที่ไหลผ่านช่องแคบ ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ สู่แอ่งน้ำที่กว้าง และมีความลึกมาก น้ำตกท่าเลย์ เป็นน้ำตกที่มีลักษณะลาดชันไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผา มีความสูง 50 เมตร จุดชมวิว อุทยานฯ มีจุดชมวิวอยู่บนยอดเขาน้อยสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ และทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองตากได้ โดยมีทางขึ้นบริเวณศาลเจ้าพ่อข้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท รถยนต์ 4 ล้อ ราคา 30 บาท (ไม่รวมคนขับ) สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพัก 3 หลัง ราคาหลังละ 500-1,500 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าสถานที่กางเต็นท์ ราคา 30 บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติลานสาง ตู้ ปณ. 8 ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก 63000โทร. 0 5551 9278-9 หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th การเดินทาง จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก-แม่สอด ห่างจากตัวเมือง 19 กิโลเมตร ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 12-13เลี้ยวซ้ายไป 3 กิโลเมตร จะถึงบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือเดินทางโดยรถประจำทาง สามารถนั่งรถสายกรุงเทพฯ-ตาก มาลงที่สถานีขนส่งในอำเภอเมือง แล้วต่อรถตู้สายตาก-แม่สอด ลงที่ปากทางเข้าอุทยานฯ และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 430 กิโลเมตร หมายเหตุ อุทยานแห่งชาติลานสางได้รับรางวัลชนะเลิศ "สุดยอดส้วมแห่งปี"ระดับประเทศ ประเภทแหล่งท่องเทียว จากกรมอนามัย ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
เกาะสิงห์โต
| อยู่ทางด้านทิศตะวันออก จากสวนสนประดิพัทธ์ไปประมาณ 800 เมตร เป็นเกาะเล็กๆ รูปร่างคล้ายสิงห์โตนอนหมอบหันหน้ามาทางทิศเหนือ เหมาะสำหรับตกปลา นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือได้ที่หมู่บ้านเขาตะเกียบ ราคา 2,500 บาท (5 คน) - 3,500 บาท (10 คน) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที หรือติดต่อคุณน้อย โทร 08 1705 9358, 0 3253 6079 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ขาช่องกระจก
| เป็นภูเขาขนาดเล็กมีลิงเสนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางขึ้นอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีบันได 396 ขั้น ขึ้นไปจนถึงยอดเขาซึ่งมีความสูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501 และทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีงานฉลองเป็นประจำวันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี ด้านทิศเหนือของภูเขามีช่องโปร่งทะลุดูคล้ายกับกรอบของกระจกอันเป็นที่มาของชื่อ จากยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมือง อ่าวทั้งสามและหมู่เกาะต่างๆ ได้อย่างสวยงาม มีศาลานั่งพักผ่อนหย่อนใจ
การเดินทาง
รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) กิโลเมตรที่ 320 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมือง ข้ามทางรถไฟไปประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านสนามกีฬาจังหวัดตรงไปอีก 500 เมตร ถึงวัดธรรมิการามมีทางขึ้นเขาช่องกระจกอยู่ด้านขวาของวัด
รถโดยสารประจำทาง ลงรถที่ท่ารถ แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างรถไฟ ลงรถที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ แล้วต่อรถสามล้อหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
เขาเต่า
| ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแก อยู่ห่างจากตัวอำเภอหัวหินประมาณ 13 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 243–244 เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรถึงวัดเขาเต่า มีรถโดยสารวิ่งระหว่างหัวหิน-ปราณบุรี ลงรถที่ปากทางเข้าวัด ต่อด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง หากมากันหลายคนเหมารถสองแถวจากตัวเมืองหัวหินสะดวกกว่า บริเวณเขาเต่ามีหาดทรายที่สะอาด และสวยงามอยู่ 2 แห่ง คือ หาดทรายน้อยและหาดทรายใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเกาะขนาดเล็กอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งเท่าใดนัก บนเกาะมีเปลือกหอยชนิดต่างๆ ทับถมกันอยู่มากมายและยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หันพระพักตร์ออกสู่ทะเล ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ค่ายธนะรัชต์
| เป็นค่ายทหารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 5 หมื่นไร่เศษ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 237 กิโลเมตร (ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ) ภายในค่ายประกอบด้วย อนุสรณ์สถาน ฯพณฯจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นสถานที่รวบรวมชีวประวัติ ผลงานในอดีต เครื่องแต่งกายของใช้ส่วนตัว เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งของไทย และต่างประเทศของท่าน พิพิธภัณฑ์ทหารราบจัดแสดงอาวุธโบราณสมัยต่าง ๆ เปิดบริการระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. ท่าเสด็จตั้งอยู่ริมแม่น้ำปราณบุรี ทางทิศตะวันตกของค่ายฯ ห่างจากถนนเพชรเกษม ประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทางธรรมชาติ มีสวนไม้ดอก ไม้ประดับ พันธุ์ไม้ในวรรณคดี และมีกิจกรรมแนวผจญภัย เช่น ล่องเรือยางในลำน้ำปราณบุรี การยิงปืนเพนท์บอล ตีกอล์ฟในสนามมาตรฐาน 18 หลุม 72 พาร์ การกระโดดหอสูง 34 ฟุต ไต่หน้าผา ยิงปืน ตกปลา แค้มปิ้ง เข้าสถานีทดสอบกำลังใจ 10 สถานี เดินป่าผจญภัย และศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น ค่ายธนะรัชต์ได้รับรางวัล อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทองค์กรส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ทั้งด้านสถานที่ซึ่งมีความสวยงามเหมาะสมแก่การท่องเที่ยว มีความพร้อมในด้านการจัดกิจกรรมต่างๆที่เหมาะสมกับพื้นที่ สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวและมีระบบการทำงานที่ดี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวค่ายธนะรัชต์ โทร. 0 3255 5158 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ชายหาดปราณบุรี
| เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องจากชายหาดหัวหิน ประกอบด้วยวนอุทยานปราณบุรี และชายหาดที่สวยงามทอดยาวจรดอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดแม้จะอยู่ใกล้หัวหินแต่เป็นชายหาดที่เงียบสงบร่มรื่นมีที่พักหลายแห่งให้บริการ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
น้ำตกไทรคู่
| ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลร่อนทอง อยู่หางทิศตะวันตกของถนนเพชรเกษม บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี น้ำตกไทรคู่แห่งนี้มีทังหมด 9 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป โดยชั้นที่มีความงามมากที่สุดคือชั้นที่ 5 ซึ่ง น้ำตกในชั้นนี้จะมีลักษณะที่เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถพบสัตว์ป่าหลายชนิดที่บริเวณน้ำตกอีกด้วย น้ำตกไทรคู่มีน้ำไหลตลอดปี มีชั้นเชิงใหญ่ ๆ 3 ชั้น และชั้นอื่น ๆ อีกที่ลดหลั่นกันลงไปอีกหลายชั้น และที่น้ำตกไทรคู่ชั้นที่ 2,3,4, มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่สามารถนั่งพักผ่อนและเล่นน้ำได้ อีกชั้นหนึ่งมีสายน้ำไหลทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาที่สูงเกือบ 30 เมตร ลงมากระทบแผ่นหินและแอ่งน้ำก่อนจะไหลลงมาเป็นน้ำตกชั้นที่ 4 และน้ำตกแห่งนี้เองคือที่มาของชื่อน้ำตกไทรคู่ เพราะว่ามีต้นไทรขนาดใหญ่สองต้นขึ้นมาอยู่ด้านบนของหน้าผา ทำให้รอบ ๆ บริเวณนี้มีร่มเงาและมีบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน ส่วนน้ำตกชั้นที่6 ต้องขึ้นโดยการไต่ไปตามหน้าผาที่ค่อนข้างชันและชื้น แต่จะมีรากของต้นไม่ที่ห้อยลงมาเพื่อให้เพื่อให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวแนวผจญภัยสามารถปีนขึ้นไปได้ ด้านบนของหินผาน้ำตกชั้นที่ 5 นั้น มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่มีสายน้ำไหลผ่านลงมาตามร่องหิน เป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ซึ่งลานหินและสายน้ำแห่งนี้คือน้ำตกชั้นที่ 6 ของน้ำตกไทรคู่ นอกจากนี้บริเวณลานหินแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวได้อีกด้วย การเดินทางไปน้ำตกไทรคู่จะต้องใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3196 จากตัวอำเภอบางสะพานมุ่งหน้าไปตามเส้นทางจนกระทั่งถึงทางแยกวัดปกโถ เลี้ยวขวาเข้าไป เจอสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามห้วยไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกไทรคู่ ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
เพลินวานหัวหิน
| เพลินวานตลาดย้อนยุคแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของหัวหินที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานและมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาย้อนรำลึกวันวานอยู่เสมอโดยส่วนแรกที่เปิดไปแล้วนั้นมีทั้งร้านกาแฟโบราณ ร้านข้าวอุ่นแกงร้อนร้านเหล้าเพลินสำราญ ห้องเสื้อไฉไล ร้านของเล่นเพลินวาน และร้านเพลินวานไอศกรีมแต่ละร้านตกแต่งด้วยของเก่าที่หาชมยากชวนให้ตื่นเต้นและสนุกสนานไปกับการลิ้มชิมรสขนมโบราณและสนุกสนานไปกับการเลือกชมเลือกซื้อของเล่นสังกะสี รถตุ๊กตุ๊ก เรือป๊อกแป๊กตุ๊กตากระดาษและอื่นๆ อีกมากมายซี่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ตลาดโบราณแห่งนี้และความประทับใจก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อตลาดเพลินวานเปิดตัวเฟส 2 ในวันที่ 1 ต.ค. 2552 ที่ผ่านมา โดยเฟส 2 นี้จะมีร้านค้าเปิดใหม่ประมาณ 40 ร้านและเป็นโซนลานกิจกรรมที่จะมีการฉายหนังกลางแปลงในแบบฉบับงานวัดสามารถเลือกซื้อเทปคาสเซ็ตเพลงไพเราะคุ้นหูของวันวาน วิดีโอหนังรักวัยหวานใบปิดหนังดัง รวมถึงดาราในดวงใจ พร้อมกับเก็บภาพมุมเก่าๆ ในเพลินวานไว้เป็นที่ระลึกหากอยากพักผ่อนก็สามารถเลือกบริการโซนที่พักสไตล์สแกนดิเนเวียนซึ่งถือเป็นสไตล์เก่าแก่ที่เข้ามาในช่วง 2499 ที่พิมานเพลินวานซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 พ.ย. นี้นอกจากนี้ทุกวันศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ท่านจะได้เพลิดเพลินกับการถ่ายทอดบทเพลงสุดพิเศษจากยุค 70 ในแนวอคูสติกเคล้ากับบรรยากาศของวันวาน โดยเฟส 2 ของเพลินวานจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่22 ตุลาคม 2552 กล่าวได้ว่ามาที่เพลินวานแห่งนี้อดีตอันหวานชื่นจะย้อนกลับมาให้ได้ระลึกถึงความสุขถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับการท่องเที่ยวในหัวหินสำหรับคู่รักและครอบครัวที่มีรสนิยมในการชอบของแนวคลาสสิกที่ดีทีเดียว ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ด
| ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ด แห่งแรกและแห่งเดียวในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยความที่เพาะปลูกบนพื้นที่ชายทะเลซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ซึ่งช้างป่าเอเชียเคยอาศัยอยู่สภาพดิน และสภาพอากาศจึงเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตขององุ่นพันธ์ดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชีราซ บรูเนลโล โคลอมบาร์ด และเชอนิน บลองก์ และอื่น ๆ อีกรวม 20 พันธ์ ผลองุ่นที่ได้จะมีกลิ่นหอมและคาแรคเตอร์พิเศษ ไวน์ที่ได้จากการผลิตจะมีความเข้มข้น ไร่องุ่นแห่งนี้นอกจากเป็นแหล่งผลิตไวน์ไทยชั้นนำคุณภาพเลิศอันโด่งดังของบริษัทสยาม ไวเนอรี่ แล้วยังถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านไวน์แห่งใหม่ ที่ช่วยดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และกิจกรรมสนุกสนาน ทั้งนี้ยังเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในจังหวัดประจวบฯให้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย ภายในบริเวณไร่องุ่นที่กว้างใหญ่ถึง 200ไร่จากเนื้อที่ทั้งหมด 1,200ไร่ เต็มไปด้วยต้นองุ่นปลูกเรียงรายเป็นแถวอย่างมีระเบียบล้อมรอบด้วยทิวเขาที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติค บางวันที่อากาศครึ้ม ๆ จะมีหมอกบาง ๆ ปกคลุมอยู่ทั่วไร่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศภายในไร่องุ่นยังมีร้านอาหารแบบบิสโทร ชื่อ เดอะ ศาลา (The Sala) ศูนย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบไทย ซึ่งจัดให้นักท่องเที่ยวไดเพลิดเพลินไปกับการชิมไวน์รวมถึงการได้รับความรู้ด้านไวน์และการปลูกองุ่นจากเจ้าหน้าที่ของสยามไวเนอรี่เพื่อรองรับการเดินทางมาเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร โดยผู้ที่ต้องการชิมชิมไวน์สามารถชิมไวน์ตัวที่เปิดให้ชิมในแต่ละวันซึ่งทางไร่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีแต่ถ้านักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะต้องการจะเทสต์ไวน์ทุกตัวจะต้องจ่ายหัวละ 150 บาท นอกจากการเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วสำหรับคู่รักที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติก็สามารถเดินทางมาจัดงานแต่งงานหรือฮันนีมูน รวมถึงปาร์ตี้อื่น ๆภายในไร่องุ่นแห่งนี้ได้อีกด้วย นอกจากการได้สัมผัสผลองุ่นแล้วที่นี่ยังมีบริการนั่งช้างชมไร่ โดยคิดค่บริการเป็นรอบ รอบละ 15 นาที ราคา 20บาท ถ้าถึง 1 ชั่วโมง คิด 800 บาท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวต่างชาติชื่นชอบกัน ปลูกต้นองุ่น ช่วยตัดองุ่น และภายในไร่ยังมีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ดตั้งอยู่ที่ 204 บ้านคอกช้างพัฒนา หนองพลับ หัวหิน ขับรถประมาณ 30-40 นาที จากตัวเมืองหัวหินเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมไร่องุ่นเป็นช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค ของทุกปี เนื่องจากเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ในด้านกิจกรรม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 084-8740775 ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
สวนสนประดิพัทธ์
| อยู่ห่างจากหัวหินไปตามถนนเพชรเกษมประมาณ 9 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชรเกษม กิโลเมตร 240 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร มีรถโดยสารจากหัวหินไปยังสวนสนทุก 20 นาที หากไปทางรถไฟสามารถลงรถที่ป้ายหยุดรถไฟสวนสนประดิพัทธ์ โดยใช้บริการรถไฟสายธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ออกเวลา 13.10 น. ถึงสถานีสวนสน เวลา 18.10 น. (รถด่วนและรถเร็วขบวนอื่นไม่จอดป้ายนี้) สวนสนประดิพัทธ์อยู่ในความดูแลของศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี มีที่พักลักษณะเป็นโรงแรมห้องละ 1600 บาท บังกะโล เรือนแถว และบ้านพัก 3 ห้องนอน 3,400 บาท, 2 ห้องนอน 2,300 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3253 6581-3 โทรสาร 0 3253 6584 |
หลวงพ่อโต วัดตาลเจ็ดยอด
| หลวงพ่อโต วัดตาลเจ็ดยอด วัดตาลเจ็ดยอดเป็นชื่อที่ตั้งตามหมู่บ้าน ตาลเจ็ดยอด แต่ตัววัดจริงๆ ตั้งอยู่ใน ต.ศาลาลัยเหตุที่ตั้งชื่อน่าจะเป็นเพราะคำว่า “ตาลเจ็ดยอด” เป็นชื่อที่มีคนรู้จักซึ่งเดิมทีมีต้นตาล 7 ยอดจริงๆ แต่ถูกตัดไประหว่างที่สร้างรถไฟสายใต้ ก่อนปี 2500 ด้วยเหตุที่ว่าตาลต้นดังกล่าวขวางทางรถไฟผู้สร้างทางรถไฟไม่ได้ตัดทิ้งเสียเลยทีเดียว แต่ทำให้ต้นตาลตายโดยวิธีธรรมชาติจากนั้นจึงตัดทิ้ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัดตาลเจ็ดยอดก็คือรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดหน้าตักกว้างถึง 11 เมตร สูง 18 เมตรซึ่งถือว่าเป็นรูปหล่อองค์ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตที่ใหญ่ที่สุดในโลกและด้านหน้าองค์สมเด็จโต มีการเทหล่อรูปเหมือนขนาดบูชาเท่าองค์จริงของครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ พระอาจารย์มั่น หลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุข หลวงปู่สดและพระพุทธรูปอีกหลายองค์นอกจากนี้ได้ทำการปรับปรุงสถานที่ ภูมิทัศน์บริเวณวัดตาลเจ็ดยอดให้ดีขึ้นมีความร่มรื่นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมเยือนวัดนับว่าวัดแห่งนี้ก็เป็นวัดที่มีความน่าสนใจอีกวัดหนึ่งมากทีเดียวนอกจากจะได้ไปกราบนมัสการรูปหล่อเหมือนหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วก็ยังจะได้ไปพักผ่อนหย่อนใจเป็นของแถมด้วย ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
หาดทางสาย
| จากหาดบ้านกรูด ใช้ถนนเลียบชายหาดขึ้นไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร อ้อมเขาธงชัยไปพบกับถนนเลียบหาดทางสาย หาดทรายยาวสีขาวนวล ร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวและทิวสน ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
หาดนมสาว (หาดสามร้อยยอด)
| ตั้งอยู่ตำบลเขาแดง เป็นหาดเงียบสงบ มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่นด้วยทิวสนทะเล น้ำทะเลตื้นสามารถเล่นน้ำได้ ทางทิศใต้จะเห็นเกาะต่างๆเช่น เกาะโครำ เกาะนมสาว เกาะระวิง เกาะระวาง สามารถนั่งเรือไปเที่ยวเกาะ ดำน้ำดูปะการัง บริเวณหาดมีที่พักรีสอร์ทต่างๆให้บริการ การเดินทาง จากถนนเพชรเกษมเลี้ยวซ้ายบริเวณ กม.254 (ทางเข้าเขากะโหลก) เมื่อถึงวัดพุน้อย เลี้ยวซ้ายตรงศูนย์ป้องกันภัยเขต 4 จะพบทางแยกเล็กๆ เข้าสู่ตัวหาด ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
หาดบางเบิด
| ตั้งอยู่ที่บ้านบางเบิด ตำบลทรายทอง ลักษณะเป็นโค้งอ่าว ชายหาดสะอาด สีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าว สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บางเบิดมีชื่อเสียงในเรื่องแตงโมบางเบิดซึ่งมีผลใหญ่ รสชาติหวานกรอบ เป็นแตงโมที่ปลูกในไร่ของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร เจ้าของคำที่ว่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง” ส่วนผาแดงเป็นแนวผาที่หินมีสีแดงเข้ม อยู่ติดกับบ้านบางเบิด สามารถเดินเล่นเลียบชายหาดชมผาแดง
การเดินทาง
รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 425 (บริเวณสามแยกห้วยสัก) แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3497 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ถึงหาดบางเบิด
รถโดยสารประจำทาง นั่งรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-บางสะพานน้อย มาลงบริเวณสามแยกห้วยสัก แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างต่อมายังหาดบางเบิด รถไฟ ลงที่สถานีรถไฟห้วยสัก หรือ บางสะพานน้อย จากนั้นโทรศัพท์ให้รถจากที่พัก(ถ้ามี) มารับจะสะดวกกว่า
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
หาดบ้านกรูด
| อยู่ในเขตบ้านกรูด ตำบลธงชัย เป็นชายหาดที่กว้างและสวยงาม แนวหาดยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ขนานไปกับถนนเลียบชายหาด เดิมมีต้นมะกรูดขึ้นมากมาย จึงเป็นที่มาของชื่อ บรรยากาศที่นี่สงบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว ทิวทัศน์สวยงาม มีชุมชนประมงกระจายตัวอยู่ตลอดชายหาด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิถีชีวิตชาวประมงมากมาย เช่น การทำอาชีพประมงชายฝั่ง การแปรรูปอาหารทะเลแห้ง การจับแมงกระพรุนเพื่อส่งขายต่างประเทศ รวมทั้งยังมีที่พักไว้ให้บริการหลายแห่ง
การเดินทาง
รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณกิโลเมตรที่ 382 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเพชรเกษม-บ้านกรูด ข้ามทางรถไฟไปประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงถนนเลียบหาดบ้านกรูด รถไฟ ลงรถที่สถานีรถไฟบ้านกรูด แล้วใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-บางสะพานน้อย ลงรถที่ปากทางเข้าบ้านกรูด แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถสองแถวเข้าไป
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
หาดแหลมกุ่ม
อยู่ที่ หมู่ 7 ตำบลนาหูกวาง ห่างจากถนนใหญ่เพียง 4 กิโลเมตร บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำทะเล ชายหาดยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เรียงรายด้วยทิวสนสลับกับต้นมะพร้าว มีซุ้มศาลาสำหรับชมทิวทัศน์ หรือนั่งรับประทานอาหาร
การเดินทาง
รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 4 กิโลเมตรที่ 365 เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 4 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟไปถึงชายหาด หรือ จะเลี้ยวกิโลเมตรที่ 370 แล้วตรงไปตามป้ายบอกระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
รถโดยสาร นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-บางสะพาน ลงรถที่ท่าขนส่งตลาดอุดมสุข แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไป รถไฟ ลงรถที่สถานีรถไฟธนบุรี-หลังสวน ลงรถที่สถานีรถไฟดอนทราย อำเภอทับสะแก แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง
ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org
|
เขื่อนแก่งกระจาน
| เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรี สันเขื่อนยาว 760 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 58 เมตร ฐานตอนที่กว้างที่สุด 250 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2509 เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี 53 กิโลเมตร และห่างจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 3 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
ถ้ำเขาหลวง
| อยู่บนเขาหลวง ห่างจากเขาวังประมาณ 5 กิโลเมตร จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตนำสู่ทางลงถ้ำ เขาหลวงเป็นภูเขาขนาดเล็กมีความสูง 92 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ภายในมีปล่องที่แสงอาทิตย์สามารถส่องเข้ามาภายในถ้ำได้ทำให้สวยงามยิ่งขึ้น ถ้ำเขาหลวงถือเป็นถ้ำใหญ่และสำคัญที่สุดในเมืองเพชร ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเคยเสด็จประพาสมาและทรงโปรดถ้ำแห่งนี้มาก ทั้งยังทรงบูรณะพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณภายในถ้ำนี้หลายองค์ด้วยกัน และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบันไดหินลงไปในถ้ำ ตรงทางเข้าเชิงเขาหลวงด้านขวามือมีวัดใหญ่อยู่วัดหนึ่ง ชาวเมืองเรียกว่า วัดถ้ำแกลบ ปัจจุบันชื่อ “วัดบุญทวี” ซึ่งเป็นวัดใหญ่ น่าชมมาก เพราะท่านเจ้าอาวาสวัดนี้เป็นช่าง ได้ออกแบบและสร้างศาลาการเปรียญที่ใหญ่โต ประตูโบสถ์เป็นไม้สลักลายสวยงามมาก วัดถ้ำแกลบนี้มีตำนานเล่าว่า ปากถ้ำแกลบที่วัดนี้คือ ทางเข้าสู่เมืองลับแลอันเป็นเมืองที่มีแต่หญิงสาวทั้งนั้น แต่ก็เป็นเพียงตำนานของชาวเมืองเพชรนับร้อยปีมาแล้ว ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
น้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้อง
| ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำพุร้อน ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษม เลยอำเภอเขาย้อยมาประมาณ 12 กิโลเมตร บริเวณกม. 148-149 มีทางแยกขวาไปน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้องอีกราว 34 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดสาย ระหว่างทางมีทิวทัศน์เป็นทุ่งนา และทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และหมู่บ้านกะเหรี่ยงน้ำพุร้อนหนองหญ้าปล้องเป็นบ่อน้ำร้อนกลางป่าร่มรื่น พื้นที่บริเวณได้รับพัฒนาดูแลโดยชุมชน มีบ่อน้ำร้อน ซึ่งต่อท่อมาจากแหล่งกำเนิดซึ่งอยู่ห่างออกไป 400 เมตรซึ่งสามารถเดินเท้าไปชมได้สะดวก น้ำในบ่อมีอุณหภูมิประมาณ 49 องศาเซลเซียส สิ่งอำนวยความสะดวก มีโรงนวดเพื่อสุขภาพ ห้องอาบน้ำแร่แบ่งชายหญิง ร้านอาหาร และสามารถกางเต็นท์พักแรมในบริเวณได้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้แก่ น้ำตกแม่กระดังลา ซึ่งการเดินทางเข้าน้ำตกต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อไปอีก 8 กิโลเมตร และเดินเท้าอีก 1 กิโลเมตร ข้อมูลจาก: thai.tourismthailand.org |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)